การฉายแสง LED บำบัดผิว ดีอย่างไร

          ปัจจุบันวงการแพทย์ผิวหนังและความงามใช้เทคโนโลยีการฉายแสง LED ชื่อเต็ม Light-Emitting Diode เพื่อดูแลผิวพรรณให้มีสุขภาพดีขึ้น ฟื้นฟูสภาพผิวจากจุดด่างดำและริ้วรอยแผลเป็นจากสิว กำจัดเชื้อแบคทีเรียหรือรักษาบริเวณผิวหนังที่อักเสบ ดูแลทุก

สภาพผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงผิวแพ้ง่ายและ

มีสิวอักเสบ โดยแสง LED ต้องมีความสว่างเข้มข้นระดับในที่เหมาะสมจึงจะทำปฏิกิริยากับเซลล์ผิวเพื่อรักษาภาวะของผิวได้โดยฉายเพียงสีเดียวหรือสลับกันเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ต้องการ แสงแต่ละสีมีคุณสมบัติในการรักษาปัญหาผิวแตกต่างกัน ดังนี้

  • แสงสีฟ้า ความยาวคลื่น 470 นาโนเมตร สำหรับรักษาสิวและลดการอักเสบของผิว

  • แสงสีเขียว ความยาวคลื่น 525 นาโนเมตร สำหรับรักษารอยแดง รอยดำ เม็ดสีและอาการแพ้

  • แสงสีเหลือง ความยาวคลื่น 590 นาโนเมตร สำหรับรักษารอยแดง รอยดำ สิว เม็ดสีและระบบน้ำเหลือง

  • แสงสีแดง ความยาวคลื่น 640 นาโนเมตร สำหรับรักษาริ้วรอย กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน อาการแพ้และกระชับกล้ามเนื้อผิว

         การรักษาด้วยการฉายแสงประมาณ

20 นาทีขึ้นไป และควรทำซ้ำสัปดาห์ละ

1-2 ครั้ง ติดต่อกันในระยะเวลา 4-8 สัปดาห์ขึ้นไป ภายใต้การวินิจฉัยของแพทย์ผิวหนังโดยดูจากวัย สภาพผิวและปัญหาผิวหนัง

ผลการรักษาของแต่ละรายขึ้นอยู่กับระยะเวลาและความสม่ำเสมอในการรักษา โดยมากเห็นผลเมื่อทำการรักษาต่อเนื่อง 3 ครั้งขึ้นไป

พบว่าสิวอักเสบยุบตัวลง ความมันบนใบหน้าลด ปริมาณสิวลดลง พร้อมริ้วรอยแผลเป็นจากสิวค่อยจางไป

การฉายแสง LED เหมาะกับปัญหาผิวแบบใด มีคำตอบดังนี้

 

                1. มีสิวอักเสบมาก ไม่ต้องการกินยาหรือดื้อยาทำให้สิวหายยาก

 

                2. ปัญหารอยแดง รอยดำ รอยหลุมจากสิว

 

                3. ปัญหาสิวกลับมาเป็นซ้ำ

 

                4. มีรอยแผลเป็นบางชนิด

 

                5. ต้องการฟื้นฟูสภาพผิวพรรณให้กระชับดูอ่อนเยาว์ขึ้น

          ผิวสวยเรียบเนียนจะเป็นสิ่งที่ทุกคนปรารถนา เทคโนโลยีการฉายแสงช่วยแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็วทันใจเมื่อเทียบกับ

วิธีการกินยาหรือทายา ทั้งยังมีความปลอดภัย เนื่องจากผิวชั้นนอกไม่ได้รับอันตรายจากคลื่นแสงซึ่งทำงานลึกลงไปภายในชั้นใต้ผิวจัดการตรงจุดที่เกิดปัญหาโดยตรง ขณะทำการรักษาไม่เจ็บและไม่ระคายเคืองต่อผิวหนัง หลังการรักษาสามารถกลับทำงานได้ตามปกติ

          การฉายแสง LED เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการแผลจากการการฉายแสงทั่วไปที่ส่งความร้อนไปยังผิวหนังที่อักเสบ ไม่ต้องการเสียเวลาพักฟื้นผิวหนังหลังทำการรักษาซึ่งมักจะเกิดรอยแดงและสะเก็ดแผลที่กว่าจะหลุดลอกออกหมดต้องใช้เวลาเป็นสัปดาห์ รวมทั้งเหมาะกับผู้ที่ไม่ต้องการ รับประทานยาหรือสิวไม่หาย เนื่องจากร่างกายดื้อยาแล้ว นับว่าวิธีนี้ช่วยลดปัญหาสิวอักเสบไปพร้อม ๆ กับทำให้แผลหลุมสิวตื้นขึ้น ฟื้นฟูสภาพผิวจากจุดด่างดำและริ้วรอย ช่วยเผยผิวกระจ่างใสเรียกความมั่นใจกลับคืนมาอย่างง่ายดาย

เรียบเรียงและเขียนโดย SC Skinclub (ไม่อนุญาตให้คัดลอกเนื้อหาไม่ว่าส่วนหนึ่งส่วนใด)

     Mr.SC

BeautyGuru