เคล็ดลับจัดการปัญหาผิวแห้งและคัน

       อาการผิวแห้งกร้าน แตก ลอกเป็นขุย มีอาการคัน ระคายเคือง อักเสบและเป็นแผลได้ง่าย เป็นสาเหตุหนึ่งที่เป็นที่มาของการเกิดริ้วรอยก่อนวัยอันควร จำเป็นต้องแก้ไขปัญหาผิวเสียและควรบำรุงผิวอย่างเหมาะสมให้กลับมาชุ่มชื้น มีสุขภาพดีเหมือนเดิม

               

       ภาวะผิวแห้งอาจเกิดจากผิวสูญเสียความชุ่มชื้นเนื่องจากการอาบน้ำอุ่นบ่อยทำให้ผิวหนังแห้งลง การขัดผิวบ่อยเกินไป การใช้สบู่ ผลิตภัณฑ์อาบน้ำ หรือน้ำหอมที่ทำให้เกิดการระคายเคืองและผิวแห้งกร้าน ยารักษาโรคบางชนิดทำให้ผิวแห้งได้ การดื่มน้ำไม่เพียงพอ รวมทั้งเมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายผลิตไขมันน้อยลง

  • ควรเลือกผลิตภัณฑ์บำรุงผิวสำหรับผิวแห้งที่มีประสิทธิภาพดี ช่วยให้ผิวกลับชุ่มชื้นขึ้น และป้องกันการสูญเสียน้ำออกจากผิว การใช้โลชั่นเพิ่มความชุ่มชื่น ควรรอให้ผิวแห้งสนิทก่อนทาโลชั่นเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว ทำให้โลชั่นซึมเข้าสู่ชั้นผิวได้ดีพอ

เคล็ดลับการแก้ปัญหาผิวแห้งและเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว

  • การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อช่วยรักษาความชุ่มชื้นให้ผิวพรรณ ควรดื่มน้ำในปริมาณที่มากพอ ไม่อาบน้ำร้อนในหน้าหนาว ไม่เปิดแอร์เย็นเกินไป ทาโลชั่นอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำ เนื้อครีมของโลชั่นควรมีความหนา เมื่อทาบนผิวแล้วมีความมันวาว ช่วยเก็บความชุ่มชื้นไว้ได้ดี โลชั่นไม่ควรมีส่วนผสมของน้ำหอมหรือแอลกอฮอล์ ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อผิว จะทำให้ผิวแห้งมากกว่าเดิม

  • การทาครีมที่มีส่วนผสมของ AHA, Salicylic acid, Lactic acid ช่วยลดความหนาของผิวหนัง ลดการตึงตัว ทำให้ผิวหนังนุ่มนวลขึ้นได้

  • กินอาหารเสริม เป็นวิธีที่ทั้งง่ายและมีประสิทธิภาพ ช่วยทำให้ผิวมีสุขภาพดีและชุ่มชื้น เช่น น้ำมันปลา ช่วยแก้ผิวแห้งและบำรุงดวงตา หรือกินวิตามินอี ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ฟื้นฟูและปกป้องผิว รวมทั้งอาหารเสริมคอลลาเจนบริสุทธิ์จากปลาทะเลซึ่งมีกรดไขมันโอเมก้า 3 และ 6 เป็นไขมันดีมีประสิทธิภาพช่วยกักเก็บน้ำในร่างกาย จำเป็นต่อกระบวนการสร้างเซลล์ใหม่ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง

  • ใช้สารสังเคราะห์ที่เรียกว่า “ไฮยาลูโรนิค แอซิด” (Hyaluronic Acid) เพิ่มความชุ่มชื้นเนียนนุ่มให้ผิว ในกรณีที่ผิวสูญเสียความชุ่มชื้น ผิวแห้ง และเกิดริ้วรอยมาก แพทย์ผิวหนังแนะนำให้อาหารผิวเพื่อแก้ปัญหาผิวแห้ง ลดเลือนริ้วรอย และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนอย่างได้ผล ทั้งนี้ ไฮยาลูโรนิค แอซิด เป็นกรดชนิดหนึ่งที่มีอยู่ทั่วร่างกาย เช่น จุดเชื่อมต่อบริเวณหัวเข่า เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่น และเป็นสารอุ้มน้ำบริเวณผิวหนังชั้นล่าง ทำหน้าที่ยึดโปรตีนคอลลาเจนเข้าด้วยกันทำให้ผิวหนังเก็บความชุ่มชื้นได้ดี มีความปลอดภัยสูง นิยมใช้ในรูปครีม ยากิน และยาฉีด ตลอดจนผสมในเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ดูแลผิว ช่วยเก็บความชุ่มชื้นให้ผิวตามธรรมชาติ กระชับผิวให้เรียบเนียน สมานแผลและทำให้ผิวมีความยืดหยุ่นมากขึ้น

เรียบเรียงและเขียนโดย SC Skinclub (ไม่อนุญาตให้คัดลอกเนื้อหาไม่ว่าส่วนหนึ่งส่วนใด)

     Mr.SC

BeautyGuru