แผลเป็นหลุมสิว ต้องทำอย่างไร

       ผิวหน้าเป็นรอยแผลเป็นหลังจากเกิดสิวอักเสบ ทำให้ผิวขรุขระ ไม่เรียบเนียน และเป็นหลุมสิว ซึ่งแพทย์ผิวหนังสามารถแนะนำ

วิธีการรักษารอยแผลเป็นหลุมสิวได้หลายวิธี โดยมากเน้น

การกระตุ้นผิวหนังให้ซ่อมแซมตัวเอง เกิดการสร้างคอลลาเจน

ลดรอยแผลขรุขระบนใบหน้า และสร้างผิวใหม่ที่เรียบเนียนมากขึ้น

       การรักษาช่วยให้ผิวกลับมาเรียบเนียนเหมือนเดิม โดยมากแพทย์จะพิจารณาตรวจลักษณะความตื้นลึกของรอยแผลหลุมสิว

เพื่อทำการรักษาและลดรอยแผลขรุขระบนใบหน้า มีวิธีการรักษาหลายวิธีดังนี้

         1. รอยแผลที่ตื้น ดูเป็นคลื่นไม่เรียบ นิยมใช้วิธีการปรับสภาพผิวด้วยกรด หรือสารเคมีผลัดเซลล์ผิวที่เรียกว่า Chemical Peel ช่วยกระตุ้นการสร้างเซลล์ใหม่ทำให้รอยแผลตื้นขึ้น อาจต้องทำหลายครั้งและใช้เวลานานจึงจะสังเกตเห็นความแตกต่าง ข้อดีคือค่าใช้จ่ายน้อย

       2. รอยแผลที่ไม่ลึกมากไปจนถึงหลุมสิวชนิดปากหลุมแคบลึก อาจใช้เครื่องมือรักษาหลุมสิวแบบไม่ใช้เลเซอร์ กระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนจากผิวชั้นในลงไป เช่น การกรอผิวด้วยเกล็ดอัญมณี เพื่อทำการกรอผิวหนังชั้นตื้นออกไป กระตุ้นให้เกิดการซ่อมแซมจากผิวชั้นลึก และหลุมสิวตื้นขึ้น ต้องทำอย่างน้อย 10-20 ครั้งขึ้นไป ข้อดีคือค่าใช้จ่ายน้อย

        3. กรอแผลโดยใช้เครื่องเลเซอร์ ช่วยให้รอยแผลบุ๋มตื้นขึ้น แต่ต้องใช้เวลาในการรักษาแผลค่อนข้างนาน และค่าใช้จ่ายสูง

แต่สามารถกำจัดเซลล์ที่เสื่อมสภาพทิ้งไป ร่างกายจึงเพิ่มการสร้างเซลล์ผิวใหม่ในปริมาณที่มากกว่าเดิม เพื่อมาทดแทนเซลล์ผิวเก่า นอกจากนี้ความร้อนที่เกิดขึ้นกับเนื้อเยื่อโดยรอบ จะช่วยให้กระบวนการซ่อมแซมเซลล์ผิวและกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ทำได้เร็ว ขึ้น หลังการรักษาเราจะเห็นและสัมผัสได้ถึงผิวใหม่ที่อ่อนนุ่ม เนียนใสต่างจากผิวเดิม รวมทั้งผิวที่เรียบขึ้นและริ้วรอยที่จางลง ซึ่งเป็นผลมาจากการที่เรามีผิวที่แข็งแรงขึ้นด้วยคอลลาเจนในผิวที่มากกว่า เดิม

       4. การรักษาด้วย Dermaroller เป็นลูกกลิ้งที่มีเข็มขนาดเล็กสำหรับกลิ้งเจาะผิวหนังให้เป็นแผลเล็ก เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงผิวหนังชั้นตื้นและสร้างเนื้อเยื่อใหม่ เกิดการผลัดเปลี่ยนเซลล์ของผิวหนังชั้นบน ทำให้ริ้วรอยและร่องรอยจากสิวตื้นขึ้น

       5. การน้ำยาแต้มกรด TCA ซึ่งใช้แต้มสิวอักเสบและกระให้หลุดออก รวมถึงแต้มรอยหลุมสิวเพื่อกระตุ้นให้รอยแผลมีการสร้างเซลล์ ทำให้แผลตื้นขึ้น หลังจากแต้มน้ำยาจะเกิดสะเก็ดสีน้ำตาลเข้มถึงดำประมาณ 1 สัปดาห์ สะเก็ดจึงหลุดออกไป แพทย์มักใช้การแต้มน้ำยา TCA เสริมการรักษาหลักและอาจมียากินร่วมด้วย

       6. รอยแผลเป็นร่องลึกกระจายอยู่ทั่วใบหน้า อาจใช้การรักษาด้วยวิธีไอออนโต (IONTO) โดยใช้กระแสไฟฟ้าปริมาณต่ำผลักยาเข้าสู่ผิวหนัง โดยทำให้รูขุมขนเปิดกว้างมากขึ้นเพื่อให้วิตามินแทรกซึมเข้าไปในผิวหนังในชั้นลึก ระหว่างทำจะมีความรู้สึกแปลบเหมือนถูกไฟฟ้าดูดเล็กน้อย ไม่เกิดความร้อนในการรักษา สามารถรักษารอยแผลคล้ำ รอยแผลเป็นจากสิว และฝ้าชนิดตื้นได้

       7. การรักษาด้วยเครื่องมือนวดขนาดเล็กที่เรียกว่า โฟโน (PHONO) เป็นการใช้คลื่นเสียงขับตัวยาเข้าไปใต้ผิวหนัง โดยใช้ยาในกลุ่มวิตามินเอบำรุงและสร้างคอลลาเจน พร้อมกระตุ้นการไหลเวียนของระบบหลอดเลือด ช่วยลดรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้า ทำให้เกิดผลดีในการรักษาริ้วรอยแผลเป็นบนผิวหน้าให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

       นอกจากนี้ยังมีการรักษาด้วยเลเซอร์ การฉีดยาประเภทเสตียรอยด์ ลงบนรอยแผลโดยตรง และวิธีการลบรอยแผลเป็นอื่น ๆ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแพทย์ผิวหนังผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งการจะเลือกใช้วิธีไหนนั้น ขึ้นอยู่กับสภาพผิวหน้าและความรุนแรงของรอยแผลหลุมสิวของแต่ละคน

เรียบเรียงและเขียนโดย SC Skinclub (ไม่อนุญาตให้คัดลอกเนื้อหาไม่ว่าส่วนหนึ่งส่วนใด)

     Mr.SC

BeautyGuru